"นพ.สุริยเดว ทรีปาตี" กับ "ต้นทุนชีวิต" ที่คว้ารางวัลระดับโลก

PDFพิมพ์อีเมล

วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม 2011 เวลา 14:25 น. เขียนโดย RedXIII


images by free.in.th

 

“จับถูกดีกว่าจับผิด” เป็นแนวคิดที่เราได้ยินเสมอจากการทำงานด้านเด็กและเยาวชน ของคุณหมอเด็ก นามว่า “นพ.สุริยเดว  ทรีปาตี” ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพิ่อการพัฒนาเด็กและครอบครัวนี้ จนนำมาสู่แนวทางการทำงานที่เริ่มคุ้นหูคนทั่วไปว่า “ต้นทุนชีวิต แนวคิดเชิงบวก” 

เมื่อเร็ว ๆ นี้กลุ่มแพทย์ทางด้านเด็กและเยาวชนในกลุ่มประเทศเหนือเส้นศูนย์สูตรกว่า 100  ประเทศโหวตเป็นเอกฉันท์ให้ นพ.สุริยเดว  รับรางวัล International Chapter Recognition Award of Northern Hemisphere ซึ่งถือเป็นหมอเฉพาะทางด้านเด็กคนแรกในอาเซียนที่ได้รับรางวัลดังกล่าว   โดยรางวัลนี้มอบที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

นายแพทย์สุริยเดว หรือที่รู้จักกันดีในชื่อเรียก “หมอเดว”  ให้เกียรติเปิดใจกับ “สร้างสุข” ถึงที่มาของรางวัล และแนวทางการขับเคลื่อน “ต้นทุนชีวิต” ต่อจากนี้

สร้างสุข :  รางวัลนี้คืออะไรคะ ทำไมคุณหมอจึงได้รับรางวัลดังกล่าว?

หมอเดว :  รางวัลนี้มอบให้แก่แพทย์ด้านเด็กที่ทำงานด้านวัยรุ่น และมีผลงานโดดเด่น ซึ่งชื่อของหมอได้รับการเสนอชื่อจากแพทย์จากประเทศออสเตรเลียที่เห็นว่าเราไม่ได้เป็นเพียงแพทย์เฉพาะทาง แต่ยังมีงานวิจัย การขับเคลื่อนเรื่องเด็กและวัยรุ่นผ่านโครงการ”ต้นทุนชีวิต” ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ซึ่งงานที่หมอ ทำอยู่มีความแตกต่างจากหมอวัยรุ่นอื่น ๆ เราเป็นผู้จัดการแผนงาน แผนงานสุขภาวะเด็กและเยาวชน ขับเคลื่อนงานด้านนี้ในยุค 70 ชุมชน 20 จังหวัดทั่วประเทศทำหน้าที่สร้างพี่เลี้ยงชุมชนแห่งชาติ ซึ่งเป็นแผน 5 ปี ผู้มอบรางวัลจึงไม่คิดว่าจะมีหมอด้านนี้ทำงานครบด้านในคนคนเดียว

สร้างสุข :  รางวัลนี้ทำให้มีประเทศอื่นสนใจนำต้นทุนชีวิตไปใช้บ้างไหมคะ?

หมอเดว :  เมื่อทราบว่าเราเริ่มทำตั้งแต่กลุ่มเล็ก ๆ จนกลายเป็นงานระดับชาติ ก็ทำให้กลุ่มหมอในประเทศเหนือเส้นศูนย์สูนคสนใจที่จะนำโมเดลที่เราทำไปใช้ แม้กระทั่ง WHO หรือองค์การอนามัยโลกยังบอกหมอเลยว่า ถ้าทำแผนพัฒนาระดับชาติได้ น่าจะนำไปสู่การเทรนนิ่งในกระดับอาเซียน สำหรับหมอแล้วคิดว่า ภาครัฐควรเป็นเจ้าภาพในการขับเคลื่อนต้นทุนชีวินในประเทศให้เข้มแข็งเสียก่อน ก่อนที่จะขยายไปสู่ในภูมิภาค

สร้างสุข :  แรงบันดาลใจที่ทำเรื่องต้นทุนชีวิต “จับถูก” และพัฒนาระบบพี่เลี้ยงชุมชนขึ้นมากกว่าจับผิดเริ่มจากไหนคะ?

หมอเดว :  การแก้ปัญหาของประเทศต้องใช้พลังบวก ไม่ใช่การจับผิดหรือการค้นหาปัจจัยเสี่ยงสำหรับหมอไม่ได้ค้านว่าประเทศนี้จะไม่มีการจับผิดแต่ถ้าเราไม่สนใจปัจจัยสร้าง เท่ากับว่าเราทำงานได้แค่ชี้เป้า แต่ไม่ได้บอกต่อไปว่าแล้วถ้าสิ่งนั้นมันผิดเราจะต้องทำอย่างไร

การจับถูกนั้นไม่ค่อยมีคนทำเพราะไม่ใช่เรื่องง่ายและต้องใช้เวลา  หมอจึงคิดว่าอะไรที่เป็นความอ่อนแอ เราต้องเข้าไปสร้าง ไปอุดความอ่อนแอนั้น จึงเป็นที่มาของดัชนีชี้วัดต้นทุนชีวิตเด็ก เยาวชนผ่าน 5 พลัง เป็นตัวนำในการ “จับถูก” และพัฒนาระบบพี่เลี้ยงชุมชนขึ้นมาทำกิจกรรมสร้าง “สื่อสร้างสรรค์” และสุดท้ายคือการเกิดกิจกรรมและเปลี่ยนเรียนรู้ในชุมชนต่าง ๆ

สร้างสุข :  เด็กเยาวชนไทยในฝันจะเป็นยังไงเมื่อมีต้นทุนชีวิต?

หมอเดว :  จากดัชนีชี้วัดต้นทุนชีวิตพบว่า “น้ำใจ/จิตอาสา” คือตัวที่อ่อนแอที่สุดในเด็กไทย รองลงมาคือทัศนคติเชิงบวก ค่านิยมในการทำความดี หมออยากเห็นเยาวชนไทยรู้จักการ “ให้” รู้จักคำว่า “แบ่งปัน” เพียงสองคำนี้ ถ้าทำได้ประเทศไทยเราสามารถแจ้งเกิดได้เลย ปัจจัยลบจะลดลง เราจะไม่เห็นปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด

ถ้าเด็กไทยรู้จักการให้ ประเทศไทยเราเดินหน้าได้ทันที  !!!!

"ต้นทุนชีวิต" คืออะไร?

ต้นทุนชีวิต มาจากคำว่า Life's Assets หมายถึง ต้นทุนขั้นพื้นฐานที่มีผลต่อการพัฒนาทางด้านจิตใจ สังคม สติปัญญาให้คนๆ หนึ่งสามารถดำรงชีพอยู่ในสังคมได้อย่างเข้มแข็ง

          ต้นทุนชีวิตเป็นปัจจัยสร้าง หรือเป็นปัจจัยเชิงบวกทางด้านจิตใจ อารมณ์ สังคม ที่จะหล่อหลอมให้เด็กคนหนึ่งเจริญเติบโตและดำรงชีพอยู่ในสังคมได้ 

"ต้นทุนชีวิต" มาจากไหน?

          จริงๆ เราทุกคนเกิดมามีต้นทุนชีวิตในระดับหนึ่งแล้ว ทั้งต้นทุนภายในและต้นทุนภายนอก ต้นทุนนี้จะเพิ่มขึ้นตามการเลี้ยงดูของพ่อแม่ สิ่งแวดล้อมที่ดี และความใกล้ชิดกับธรรมชาติ แต่โลกยุคเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทำให้ชีวิตผู้คนมีความเป็นวัตถุนิยม ห่างไกลธรรมชาติมากขึ้น ต้องแย่งกันอยู่ แย่งกันกิน แย่งกันเรียน แย่งกันทำมาหากิน พ่อแม่จำนวนไม่น้อยพลอยเลี้ยงลูกแบบเครื่องจักรเครื่องยนต์ ขาดความเข้าใจในพัฒนาการ มีความคาดหวังเกินความเป็นจริงจนเกิดความเครียด

          เด็กๆ คร่ำเคร่งกับการเรียน ผู้ใหญ่คร่ำเคร่งกับการทำงานหาเงิน การวัดคุณค่าจึงแตกต่างจากอดีต คุณค่าที่จำเป็นต่อการมีชีวิตที่ดีถูกบั่นทอนโดยไม่รู้ตัว  เด็กคนไหนโชคดีเกิดมาท่ามกลางครอบครัวและสิ่งแวดล้อมที่อบอุ่น มีความเข้าอกเข้าใจกัน ต้นทุนชีวิตก็จะพัฒนาเพิ่มพูนเป็นทุนที่เข้มแข็ง เด็กคนไหนโชคไม่ดีเกิดมาท่ามกลางความขัดสน ด้อยโอกาส  เติบโตในสังคม สิ่งแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการเรียนรู้สิ่งที่ดี ต้นทุนชีวิตก็จะค่อยๆ ถูกบั่นทอน ลดลงไปเรื่อยๆ

          ต้นทุนชีวิตจึงไม่ใช่ของใหม่ แต่เป็นของที่มีมาแต่เดิมแล้ว สมัยก่อนสังคมไทยเป็นครอบครัวขยาย มีชุมชนที่เข้มแข็ง มีความสมานฉันท์ อยู่กันด้วยความรัก มีสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน รู้จักการแบ่งปัน การให้ การทำกิจกรรมร่วมกัน นี่คือต้นทุนชีวิตแบบไทยๆ ที่ดีที่เรามีอยู่แล้ว

          แต่เมื่อช่วง 10 ปีเศษที่ผ่านมา สังคมไทยเปลี่ยนไปด้วยความเจริญทางด้านเทคโนโลยีและความเป็นสังคมเมือง ที่รุกคืบเข้ามาแทนที่ความงดงามตามวิถีเดิม ครอบครัวเริ่มอ่อนแอ ชุมชนขาดความเข้มแข็ง  กิจกรรมระหว่างเพื่อนฝูง เด็ก เยาวชนค่อยๆ ลดน้อยลง การเรียนรู้นอกโรงเรียนในรูปแบบต่างๆ ของเด็ก เยาวชนก็พลอยน้อยลงไปด้วย ต้นทุนชีวิตของเด็กและเยาวชนในปัจจุบันจึงอ่อนแอลงไปในหลายๆ ด้าน 

Facebook FanPage

Copyright © 2011 SAWEE HOSPITAL